กลุ่มไอเอส ออกแถลงแสดงตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ สื่อท้องถิ่นโชว์ภาพ 3 ชายต้องสงสัยระเบิดสนามบิน ยอดผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น ทั่วโลกร่วมประณาม
    สำนักข่าวต่าง ประเทศทั่วโลกยังคงเกาะติดสถานการณ์ เหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของประเทศเบลเยี่ยม หลังจากเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (22 มี.ค.) ตามเวลาในท้องถิ่น เกิดเหตุระเบิด 2 ลูกซ้อนภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินนานาชาติซาเวนเทม ก่อนที่ราวๆ 1 ชั่วโมงถัดมา เกิดเหตุระเบิดอีกครั้งที่สถานีรถไฟใต้ดินมัลบีค ย่านใจกลางเมือง

    ความคืบหน้าล่าสุด ทางสื่อท้องถิ่นของเบลเยี่ยมได้เผยแพร่ภาพชาย 3 คน ที่เข้าข่ายตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดพลีชีพภายในสนามบินนานาชาติซา เวนเท็มครั้งนี้ โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพความเคลื่อนไหวของชายทั้ง 3 นับตั้งแต่เข็นกระเป๋าเข้ามายังอาคารผู้โดยสาร กระทั่งเดินมาถึงเคาน์เตอร์เช็คอินแถวที่ 8

    จากรายงานของ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นยืนยันว่า ชาย 2 คนที่สวมใส่เสื้อสีดำนั้น เสียชีวิตทันทีจากเหตุวางระเบิดพลีชีพครั้งนี้ ส่วนชายอีกคนที่สวมใส่เสื้อโค้ชสีขาว ไม่มีการยืนยันว่าเสียชีวิต ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวและหาเบาะแสของชายผู้นี้

    ขณะที่ตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุที่สนามบินนั้น มีราวๆ 10 คน ผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 100 คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุที่สถานีรถไฟใต้ดิน ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตประมาณ 20 คน และบาดเจ็บอีกนับร้อยคน ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าว ทางการเบลเยี่ยมยังได้ประกาศไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 3 วัน

    อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ ยังได้เผยแพร่แถลงการณ์ล่าสุดจาก กลุ่มไอเอส ที่เผยแพร่ผ่านทางสำนักข่าว Amaq ระบุว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องเหตุวินาศกรรมกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งสอดคล้องกับนักวิเคราะห์ทั่วโลก ที่ต่างมองเห็นตรงกันว่า วินาศกรรมครั้งนี้เป็นการก่อการร้ายที่มีกลุ่มหัวรุนแรงอยู่เบื้องหลัง และเชื่อมโยงกับเหตุที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปีก่อน

    ส่วนทางด้าน กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้ออกแถลงการณ์ประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ พร้อมกับแสดงความเสียใจแก่ประเทศเบลเยี่ยม ทางรัฐบาลไทยพร้อมยืดหยัดร่วมมือต่อสู้กับนานาชาติ จากภัยคุกคามก่อการร้ายที่โหดร้าย


    'โอบามา' ประณามการก่อการร้ายเบลเยียม ชี้ เป็น 1 สาเหตุที่โลกต้องร่วมมือกันต้านก่อการร้าย ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 34 ราย บาดเจ็บกว่า200

    นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประณามการเหตุก่อการร้าย ผ่านสื่อ ระหว่างเช้าชมการแข่งขันเบสบอล ที่ประเทศคิวบา เมื่อวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่นคิวบา โดยกล่าวว่า เพิ่งมีโอกาสได้คุยกับนายกรัฐมนตรีของเบลเยียมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุระเบิดในเมืองหลวงของเบลเยียม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 34 คน และบาดเจ็บกว่า 200 ราย ซึ่งนี่เป็นหนึ่งเหตุผลตัวอย่าง ที่โลกต้องร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย ทั้งนี้ แนวคิดทางการเมืองที่หลากหลายจะแสดงเจตนาสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ แสดงให้เห็นว่ามีบางอย่างอ่อนแอ ซึ่งสหรัฐฯกำลังร่วมมือกับ 60 ประเทศ ในการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามอิรัก และซีเรีย หรือ กลุ่มไอซิส และจะดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันขอแสดงความอาลัยและภาวนาให้กับผู้สูญเสีย รวมถึงอวยพรให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกลับมาเข้มแข็งโดยเร็ว


    เจ้าหน้าที่สนามบินนานาชาติเดนเวอร์ ของสหรัฐฯ สั่งอพยพผู้โดยสาร หลังพบวัตถุต้องสงสัย ตำรวจเร่งเคลียร์พื้นที่

    สำนักข่าวต่างประเทศ รายงาน เจ้าหน้าที่สนามบินนานาชาติเดนเวอร์ สั่งให้ผู้โดยสารออกจากสนามบิน หลังหน่วยรักษาความปลอดภัยตรวจพบวัตถุต้องสงสัยหลายชิ้นใกล้กับเคาน์เตอร์ จองตั๋วเดินทาง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุระเบิดที่กรุงเบลเยียม โดยขณะนี้ที่สนามบินเดนเวอร์ มีการประกาศผ่านสื่อโซเชียล ระบุ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเคลียร์พื้นที่ อย่างไรก็ตาม จะยังคงมีการจำกัดการเดินรถ แม้สนามบินจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง

    ทั้ง นี้ มีการแจ้งเตือนจากองค์กรการบินพลเรือนของสหรัฐฯ ส่งไปยังทางการ และกองกำลังรักษาความมั่นคงทางขนส่ง ว่าได้พบวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่า อาจส่งผลกระทบเที่ยวบิน ในสายการบินบริติชแอร์เวย์ อเมริกันแอร์ไลน์ แอร์โร เม็กซิโก และ แอร์ แคนาดา รวมถึง ลุฟท์ฮันซ่า เกิดการเดินทางล่าช้า



      ปล่อยภาพมาให้เห็นเป็นทีเซอร์มาตั้งแต่ต้นปีจนทำให้สาวก adidas ตั้งตารอคอยร่วม 2 เดือนเต็ม ในที่สุดเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้ก็ได้เวลาเปิดตัวอย่างทางการสำหรับ Pure Boost ZG Prime รองเท้าวิ่งโมเดลล่าสุดจากตระกูล Pure Boost ที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำหนักที่เบาสบาย

              งานนี้ Sanook! Men จึงขอแกะกล่องพิสูจน์ความเบาที่เป็นจุดเด่นของสนีกเกอร์รุ่นนี้ โดยเฉพาะโมเดลล่าสุดที่ทาง adidas บอกว่าเบายิ่งกว่าเดิม จนถึงขั้นให้ความรู้สึกแบบ Zero Gravity หรือสภาพไร้น้ำหนักนั่นเองความเบาสบายเป็นสิ่งแรกที่เราสังเกตได้ทันทีที่ใส่สนีกเกอร์คู่นี้ ด้วยน้ำหนักเพียง 8.7 ออนซ์หรือประมาณ 246 กรัม ทำให้คล่องตัวในการสวมใส่ กระชับ ไม่เทอะทะ ตอบโจทย์ความเป็นรองเท้าวิ่งที่ต้องใส่สบาย ซัพพอร์ตการเคลื่อนไหวตลอดเวลา


       
    ที่มาของความเบานี้มาจากการดีไซน์และเลือกใช้วัสดุแบบ Primeknit ที่ช่วยในเรื่องความยืดหยุ่นและการระบายอากาศ เป็นดีไซน์เดียวกับที่เห็นใน adidas Yeezy Boost 350 และ UltraBoost ส่วนความกระชับนั้นน่าจะมาจากแถบยางด้านข้างที่ร้อยติดกับเชือกรองเท้า สไตล์เดียวกับ Tubular Primeknit 

        
      คุณสมบัติที่สร้างความแตกต่างของสนีกเกอร์โมเดลนี้เห็นจะเป็นพื้นรองเท้าแบบ Boost แบบเต็มชิ้นที่เชื่อมต่อกับส่วน Outsole ที่ออกแบบเป็นลายตาข่าย ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดุดตาในเรื่องของดีไซน์แล้ว ยังมีหน้าที่สำคัญนั่นคือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัว วิ่งได้นุ่มเท้าขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ 



    หลังเกมการแข่งขัน ซิโก้ กล่าวว่า ต้องชมนักเตะในทีมทุกคนที่มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะเก็บ 3 คะแนนให้ได้ในเกมนี้ ต้องขอบคุณสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ให้เดินทางมาปรับสภาพก่อนแข่งขัน 5-6 วัน ซึ่งนักเตะทุกคนสามารถทำได้ตามแผน อย่างไรก็ตามยังรู้สึกเสียดายที่ได้เพียงแค่ 1 คะแนน แต่ก็เพียงพอต่อการเป็นแชมป์กลุ่ม และเป็นแชมป์กลุ่มแบบไม่แพ้ใคร เป็นความภาคภูมิใจให้กับนักเตะ

    "ต่อไปในรอบ 12 ทีมก็จะหนักมากขึ้น ต้องมีการพูดคุยกับสมาคมฯ ในการเตรียมแผน ซึ่งมีระยะเวลาในการแข่งขันถึง 2 ปีด้วยกัน ซึ่งตอนนี้เริ่มมีทีมใหญ่เข้ามาขออุ่นเครื่องกับไทยบ้างแล้ว คิดว่าจะเป็นผลดีกับทีมชาติแน่นอน" เฮดโค้ชทีมชาติไทยกล่าวปิดท้าย

    ด้าน มงคล ทศไกร ผู้ทำประตูแรก กล่าวว่า ประตูที่ทำได้ในวันนี้ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยสร้างโอกาสมาให้ นับว่าเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิต ที่มอบความสุขให้กับคนไทย และลูกของตัวเองที่กำลังจะเกิด

    ขณะ ที่อดิศักดิ์ กล่าวว่า การได้เดินทางมาปรับตัวก่อนเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งเกมนี้ได้ทำเต็มที่แล้ว ต้องขอบคุณแฟนบอลที่เดินทางมาเชียร์ ในรอบ 12 ทีมสุดท้ายคงจะต้องมีการเตรียมวางแผนทีมอย่างดี ส่วนตัวนักเตะเมื่ออยู่กับสโมสรก็ต้องรักษาฟอร์มให้ได้ เมื่อโค้ชเรียกตัวสามารถเล่นได้ทันที

    อนึ่ง ทีมช้างศึกมีคิวเดินทางกลับถึงประเทศไทย ด้วยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบิน อีเค376 ในวันที่ 26 มีนาคม เวลา 12.30 น. ก่อนเตรียมฟาดแข้งกับ "โสมขาว" เกาหลีใต้ ในศึกอุ่นเครื่อง "ฟีฟ่าเดย์" ที่สนามศุภชลาศัย ในวันที่ 27 มีนาคม เวลา 19.30 น.




    จบ ลงไปพร้อมกับความมันสะใจของกองเชียร์ชาวสยาม กับ 1 แต้มอันล้ำค่าของทีมชาติไทย ที่บุกไปเจ๊ากับทีมแกร่งอย่างอิรัก 2-2 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา

    โดย เกมนี้ต้องบอกว่า กองเชียร์ชาวไทยได้เฮสนั่นลั่นเมือง เมื่อทีมช้างศึก เก็บผลการแข่งขันที่ต้องการ พร้อมกับคว้าแชมป์กลุ่มมาครองแบบหล่อๆ

    วันนี้ "บ.ส้มซิ่ง" มีคะแนนนักเตะ ทั้ง 11 คนแรก และ ตัวสำรอง 3 คน มาฝากกันเหมือนเช่นเคยครับ


     กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์
    -  เจ้าตอง เริ่มต้นเกมด้วยความมุ่งมั่น เกมนี้แม้จะเสียไป 2 ประตู แต่ต้องบอกว่าเขาพยายามปัดป้องอย่างเต็มที่แล้ว ที่สำคัญ ช็อตการเซฟของเขาแต่ละช็อต มันได้ดั่งใจและสะเด่าดีนักแล!
    *คะแนน 9/10

    ธีราทร บุญมาทัน
    -  กัปตันอุ้ม เริ่มต้นแบบพลาดง่ายๆ เล็กๆน้อย แต่หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเล่นด้วยความมั่นใจ ลูกเซตพีชยังคงเป็นเครื่องหมายการค้า ที่นำไปสู่ 2 ประตูของทีมไทยในเกมนี้ ต้องยกนิ้วโป้งให้กัปตันไปโลด
    *คะแนน 9/10

    กรวิทย์ นามวิเศษ
    -  พี่ตุ้ยจอมขรึม งานชุก ตลอดทั้งเกม เพราะต้องคอยประกบผู้เล่นเหินเวหาอย่าง "มาห์มูด" ตลอดทั้งเกม ซึ่งโดยรวมเขายังคงทำหน้าที่ได้เยี่ยม แต่ลูกที่เขาสกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง ใครจะโทษเขา คงจะดูว่าเป็นคนใจร้ายจนเกินไปแล้วละครับ
    *คะแนน 8/10

    ธนบูรณ์ เกษารักษ์
    -  การอ่านเกม ยังคงเป็นจุดเด่นของดาวเตะอย่างเขาคนนี้ "เจ้าตั้ม" เล่นได้ดีตลอดทั้งเกม และเวลานี้ เขาน่าจะเป็นคู่ปราการหลังตัวหลักของทีมชาติไทยไปอีกนาน
    *คะแนน 9/10

    ทริสตอง โด
    - เน้นเกมรับเป็นพิเศษ แต่บางจังหวะยังช้าไปหน่อยสำหรับเจ้าโด แต่อย่างน้อยความขยันและทุ่มเทสุดกำลังของเขา ก็ช่วยให้ไทย ได้ 1 แต้มที่สุดแสนจะสำคัญยิ่งกลับออกมา
    *คะแนน 8/10

      
    ชนาธิป สรงกระสินธ์
    -  เริ่มต้นอย่างเงียบสนิท แต่หลังจากเริ่มจับจังหวะการเล่นของตัวเอง "เจ้าเจ" ก็เริ่มฉายแวว ลูกจ่ายบอล และแทงบอลให้เพื่อนขึ้นไปทำเกมรุก ยังน่ากลัว และมีประโยชน์ต่อทีมไม่น้อยทีเดียว
    *คะแนน 8/10

    สารัช อยู่เย็น
    -  เป็นอีกหนึ่งเกม ที่มิดฟิลด์พลังไดนาโม ทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยม ไล่ตัดเกม ทำเกมรุก และก้มหน้าก้มตาเล่นบอลตลอด 90 นาทีเต็ม และคงต้องบอกว่า "เจ้าตัง" คือคนที่ทีมชาติไทยขาดไม่ได้จริงๆในชั่วโมงนี้
    *คะแนน 10/10

    ปกเกล้า อนันต์
    -  วันนี้เจ้าปก ดูเงียบไปนิดหน่อย แม้จะมีโอกาสสับไกอยู่ 2 ครั้ง แต่ก็ยังทำได้ไม่ดีพอ และยังคงต้องปรับตัว และพัฒนาตัวเองต่อไป
    *คะแนน 7/10

    เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
    -  "เจ้าก้อง" ทำเกมด้านซ้ายได้ดีเยี่ยม แม้ช่วงแรกจะยังดูติดๆขัด แต่หลังจากผ่านครึ่งชั่วโมงแรก เขาก็เรียกฟอร์มเดิมๆกลับมาได้ ลูกเล่นบอลสั้นๆกับเพื่อน ขอยกนิ้วให้เลยว่าแจ๋วอ่ะ
    *คะแนน 8/10


     ธีรศิลป์ แดงดา
    -  เป็นอีกหนึ่งวัน ที่กองหน้าหมายเลข 1 ทีมชาติไทย ทำผลงานได้เยี่ยมยอด เกมวันนี้เจ้ามุ้ยสร้างประโยชน์ต่อทีมได้อย่างมากมาย การพักบอล การลงมาเชื่อมเกม เขาทำได้หน้าที่ได้อย่างหมดจด แม้สุดท้ายจะไม่มีชื่อเป็นผู้ผลิตสกอร์ แต่เขาเล่นได้เข้าตากรรมการจริงๆวันนี้
    *คะแนน 9/10

    มงคล ทศไกร
    -  "อ้ายเย็น" ฉลองประตูให้กับการเป็นว่าที่คุณพ่อได้อย่างยิ่งใหญ่ ประตูนี้ช่วยให้ทีมชาติไทยเล่นง่ายขึ้นเยอะ ลูกขยันแบบสุดตีนถีบของเขา คือสิ่งที่หลายคนเชื่อมาตลอดว่าเขามีดีจริงๆ
    *คะแนน 9/10

    ตัวสำรอง
    อดิศักดิ์ ไกรษร 8/10
    ประทุม ชูทอง 7/10
    ศราวุฒิ มาสุข 8/10


    โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานลูกหนังชาวดัตช์ของสโมสรบาร์เซโลน่าและอายแอ็กซ์ สิ้นลมแล้วด้วยวัย 68 ปี เมื่อ
    วันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งปอดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว

    โดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของครัฟฟ์ออกแถลงการณ์ว่า ครัฟฟ์จากไปอย่างสงบที่บ้านพักในเมืองบาร์เซโลน่าท่ามกลางครอบครัวและญาติสนิท และขอให้ทุกคนเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวในช่วงเวลาที่แสนเศร้านี้

    ครัฟฟ์ทราบข่าวว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าจะสามารถเอาชนะโรคร้ายได้ โดยเปรียบเปรยว่า ตนน่าจะนำมะเร็งอยู่ 2-0 ในช่วงครึ่งแรก

    ทั้งนี้ ครัฟฟ์ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดสไตล์การเล่นแบบ "โททัลฟุตบอล" เคยพาทีมอายแอ็กซ์คว้าแชมป์พรีเมียร์ดัตช์ 8 สมัย, เอฟเอคัพ เนเธอร์แลนด์ 5 สมัย, ยูโรเปี้ยนคัพ 3 สมัย รวมทั้งพาฟายนอร์ดคว้าแชมป์ลีก 1 สมัย กับแชมป์เอฟเอคัพ 1 สมัย

    ส่วนผลงานกับบาร์เซโลน่า สมัยเป็นนักเตะ คว้าแชมป์ลาลีก้าและโกปา เดล เรย์ อย่างละ 1 สมัย เมื่อขยับขึ้นมารับตำแหน่งโค้ช ก็พาบาร์ซ่าคว้าแชมป์ลาลีก้า 4 สมัยติดต่อกัน ระหว่างปี 1991-1994 และแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ ปี 1992 อีก 1 สมัย ซึ่งเป็นแชมป์ยุโรปสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของบาร์ซ่าด้วย

    สำหรับผลงานระดับทีมชาติ ติดธงฮอลแลนด์รับใช้ชาติ 48 นัด ยิงไป 33 ประตู พาทีมอัศวินสีส้มเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1974 ก่อนพ่ายให้เยอรมนีตะวันตก ส่วนผลงานส่วนบุคคล ครองรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมยุโรป "บัลลงดอร์" 3 สมัย และนักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอลโลก 1974


Top